ชื่อของ Eddy Merckx น่าจะเป็นชื่อหนึ่งที่นักปั่นที่หลงใหลในจักรยานที่เข้าขั้นลุ่มหลงแทบทุกคนต้องรู้จักในฐานะตำนานของนักปั่น นักแข่ง ที่ครองตำนานสถิติมากมาย ไม่เพียงเป็นไอดอลจักรยานคนสำคัญของประเทศเบลเยียมบ้านเกิดเท่านั้น แต่เขาคือ สัญลักษณ์สำคัญของวงการจักรยานในดลกนี้เลยทีเดียว และไม่น่าแลปกใจเลยที่แบรนด์จักรยาน Eddy Merckx จะถือกำเนิดขึ้นมาในเวลาต่อมา เพื่อสร้างและนำเสนอจักรยานที่ยอดเยี่ยมมากพอที่จะแข่งขันและเอาชนะในเวทีการปั่นระดบัดลกชั้นสูงสุดได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในบ้านเรา Eddy Merckx ก็ได้เขามาในตลาดยาวนานหลายปีมาแล้วก่อนจะเงียบหายไปจากการตอบรับที่ไม่สวยงามนัก อย่างไรก็ตาม ในปี 2019 ด้วยการแลองครบรอบ 50 ปี ของชัยชนะใน ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ของ Eddy Merckx ทำให้แบรนด์นี้ถูกนำมาจัดการปัดฝุ่นเช็ดคราอาบน้ำ กำเนิดใหม่มาในวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าเดิม

ในโอกาสนี้เอง Eddy Merckx ถูกเปลี่ยนมือผู้ถือกรรมสิทธิและการพัฒนาแบรนด์ไปอยู่กับกลุ่มทุนจักรยานใหญ่ยักษ์แห่งยุโรป พร้อมทั้งระดมทุนส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเสือหมอบที่มีเสียใหม่ชนิดพลิกตำราทิ้งใหม่สเียทั้งหมดเพื่อให้จักรยานแบรนด์นี้ ขึ้นมาอยู่ในฐานะรถแข่งยุคใหม่ได้อย่างเต็มตัว ไม่ใช่เพียงขายตำนานของแบรนด์เท่านั้น พร้อมทั้ง การเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มตัวของรัฐบาลเบลเยียม ไม่ผิดเลยครับ รัฐบาลเข้ามาสนับสนุน ส่งเสริมอุตสาหกรรมจักรยาน และแบรนด์ Eddy Merckx เพราะเบลเยียมมีจักรยานเป็นกีฬาสำคัญอันดับต้นๆของประเทศ มีมูลค่าไม่ได้แตกต่างจากฟุตบอล กีฬามหาชนของโลกเลย รวมถึงตัว Eddy Merckx เองก็มีความเป็น”ไอคอน” ของประเทศซึ่งนี่เองที่ทำให้พวกเขาเข้ามาส่งเสริมอย่างจริงจังมาก และวางแผนพัฒนาแบรนด์ในแนวทางก้าวกระโดดระยะยาว นอกจากแผนในการพัฒนาอย่างจริงจังใหม่ทั้งหมด ยังมาพร้อม”โร้ดแม็พ” ในการสนับสนุนและทำทีมจักรยานแข่งเพื่อก้าวจึ้นสู่การเป็นผู้นำของดลกให้สำเร็จ และแน่นอนว่า เพียงในปีแรกเท่านั้น จักรยาน Eddy Merckx และทีม AG2R La Mondiele ก็ค้ารางวัลเจ้าภูเขาของการแข่ง Tour De France ปีล่าสุดมาจนได้

Eddy Merckx 525

รุ่นท็อปเือธงของแบรนด์ในเวลานี้  นี่คือรุ่นที่พวกเขาเฝ้าพัฒนามาอย่างยาวนาน และปล่อยออกมาทดสอบกับทีมแข่งเมื่่อต้นฤดูกาลก่อนจะเก็บเอาฟีดแบ็คกลับไปพัฒนาต่อ และในที่สุดก็พร้อมเปิดตัวออกสู่ตลาด พร้อมจัดจำหนา่ยและใช้แข่งขันอย่างเต็มตัว เฟรมออกแบบมาในลักษณะของเฟรมครบเครื่องทุกแนวทาง มีความแอโรไดนามิคส์ที่ทำการวิจัยผ่านระบบ CFD มาอย่างยาวนาน ก่อนจะเข้าไปพัฒนาในอุโมงค์ลมต่อจนมั่นใจว่า นี่คือรูปทรงที่เหมาะสมที่สุด เฟรมออกแบบมาให้มีน้ำหนักเพียง 940 กรัม (ชั่งจริงขนาด 52 พร้อมสีและอุปกรณ์ต่างๆ) เพื่อให้ได้ความสติฟฟ์กับการส่งกำลังที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน แต่ก็ยังออกแบบให้ตะเกียบท่อนั่ง หางหลัง ท่อนั่งและหลักอาน สามารถให้ตัวเพื่อลดแรงสะเทือนได้เป็นอย่างดี นี่จึงเป็นเสือหมอบที่ใช้แข่งขันได้ทั้งบนภูเขา ทางราบ และการขี่ระยะทางไกล

ที่สำคัญ Eddy Merckx 525 ใหม่นี้ ยังซ่อนสายอย่างสมบูรณ์แบบ ปรับแต่งได้อย่างสะดวกด้วยการออกแบบที่สุดแลาด ราคาเต็มของเฟรมเซ็ท (เฟรม หลักอาน ตะเกียบ และชุดค็อกพิท) 139,500 บาท

*ส่วนลดราคาขายสอบถามจากร้านตัวแทนจำหน่าย

ทางด้านเฟรมน้ำหนักเบา Eddy Merckx Stockeu 69 เสือหมอบเจ้าของตำแหน่งเจ้าภูเขาของ Tour De France ปีล่าสุด น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของนักปั่นสายเขาที่มองหาเฟรมเบาๆ สติฟฟ์ ตอบสนองทันใจ กับพิกัดน้ำหนัก 8 ขีด ในสนนราคาเต็ม 100,000 บาทถ้วน

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับรุ่น SanRemo 76 ที่ขี่ได้สบายเป็นหลักแต่ก็มีน้ำหนักและความสติฟฟ์ที่ใช้แข่งขันได้อย่างสบาย ในราคาเต็ม 84,500 บาท , Lavaredo 68 รุ่นระดับกลางที่ถอดเอาสมรรถนะของรุ่นพี่มาใส่ในสเป็คที่จับต้องได้ ในราคาเต็ม 55,500 บาท

และท้ายที่สุดกับรุ่น Corsa เสือหมอบเหล็กที่เคยมีข่าวปรากฏในการแข่ง Tour De France เสตจสุดท้ายปีล่าสุด พิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่า พวกเขาสามารถพัฒนาเอาเสือหมอบเฟรมเหล็กใส่ด้วยวิศวกรรมของยุคใหม่สร้างเอาเฟรมเหล็กสะท้อนเสือหมอบ Corsa ที่เจ้าตัว Eddy Merckx ขี่คว้าแชมป์ในอดีตมาในคราบของมาตรฐานสมรรถนะที่สู้กับยอดเฟรมแห่งอนาคตได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งเฟรมเหล็กนี้ จัดจำหน่ายในรูปแบบของโครงการพิเศษ “My Corsa” เฟรมสั่งตัดเฉพาะตัวของคุณ ด้วยขนาด มิติ และสีที่เป็นของุณเองคนเดียว ทุกเฟรมมีหมายเลขการผลิตระบุของตนเอง พร้อมทั้งได้รับโลห์สัญลักษณ์ ของผู้ครอบครองเฟรม Corsa เป็นพิเศษอีกต่างหาก นี่จึงถือเป็นหนึ่งในจักรยานสะสมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเวลานี้

Tag :: Eddy Merckx
September 3, 2019 cyclinghub 0 Comment