ด้วยวัย 87 ปี เออร์เนสโต โคลนาโก ชายผู้เป็นตำนานแห่งวงการจักรยาน ที่สร้างสุดยอดจักรยานมาตั้งแต่ยุคสมัยของเหล็ก จนถึงยุคของคาร์บอน ทั้งรุ่น Master และในซีรีส์ C ซึ่งหลังจากที่่รุ่นทายาทเข้ามาทำการดูแลกิจการสืบเนื่องจากคุณลุงเออร์เนสโต ก็ได้กำเนิดจักรยานใหม่ๆ ขึ้นมาทั้งในซีรีส์ V และ เสือหมอบล้ำสมัยในสาย Concept ซึ่งทำให้ เออร์เนสโต โคลนาโก ยอมรับในความเปลี่ยนแปลงได้ และเดินหน้าผลักดันให้ Colnago มุ่งหน้าสู่ยุคใหม่แต่ต้องใส่ไว้ซึ่งจิตวิญญาณเดิมอย่างครบครัน และเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง พวกเขาได้เปิดตัวเสือหมอบใหม่สำหรับปี 2020 กับ Colnago V3Rs

V3Rs เป็นเสือหมอบ 1 ใน 3 ซีรีส์ของ Colnago ที่ประกอบด้วย C (C64) สำหรับรุ่นบนสุดที่ใส่ทั้งสมรรถนะและความคลาสสิคทุกอย่างที่ Colnago มีอยู่ มาในรูปแบบของเฟรมท่อคาร์บอนแต่ให้ความสามารถที่ไม่แพ้จักรยานสมัยใหม่ราวกับเป็นมนต์เสน่ห์ที่หาที่มาไม่ได้ ที่สำคัญ ยังอยู่ในสายตาของ เออร์เนสโต โคลนาโก ทุกขั้นตอนจนสำเร็จเป็นเฟรม ต่อมาคือซีรีส์ Concept ซึ่งกำเนิดมาจากความร่วมมือระหว่าง Colnago และ Ferrari คลอดออกมาเป็นรถในสายแอโรไดนามิคส์อย่างเต็มที่ นำเอาทั้งการวิจัยและวิศวกรรมของรถสูตรหนึ่งมาพัฒนาต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านองศาและสมดุลย์ที่ยอดเยี่ยมของจักรยานที่ Colnago มีเหนือผู้อื่น และสำหรับซีรีส์ V (V1-r, V2-r) คือเฟรมที่ออกแบบพัฒนาเพื่อความครบเครื่อง มีน้ำหนักเบา ส่งกำลังได้ดีและมีความแอโรไดนามิคส์อย่างเหมาะสม เลือกใช้การผลิตแบบโมโนค็อกแทนที่ระบบข้อต่อท่อคาร์บอน ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้มหาศาล ในขณะที่ยังผสมผสานมากับองศาและความรู้สึกแบบ Colnago อยู่ ซึ่ง V1-r และ V2-r สามารถคว้าชัยในรายการโปรทัวร์ต่างๆ มาครองได้มากมาย รวมถึงการคว้าเสตจของ ตูร์ เดอ ฟร็องซ์ เมื่อปีที่แล้ว

สายเลือดใหม่ล่าสุดนี้ ฉีกแนวคิดภาพเก่าๆ ของเฟรมจักรยานที่เออร์เนสโต โคลนาโกสร้างมาตลอด 65 ปี โดยเลือกออกแบบเฟรมให้มีตะเกียบท่อนั่งที่ลดลงเยื้องล่างแบบสมัยนิยม เพื่อความสบายที่มากขึ้น มีน้ำหนักเฟรมลดลงจากเดิม ไซส์ 50 (ของ Colnago เทียบได้กับไซส์ 52) มีน้ำหนักเฟรมพร้อมชิ้นส่วนระกอบ 790 กรัม เบาลงกว่า V2-r อีกพอสมควร (ขึ้นอยู่กับสี) และเพิ่มความสติฟฟ์ของสามเหลี่ยมหลังสำหรับการส่งกำลังที่ดีขึ้นไปอีก 12 เปอร์เซ็นต์ ส่วนด้านหน้าที่ท่อค็อกสติฟฟ์ขึ้นอีก 6 เปอร์เซ็นต์ เพื่อการควบคุมรถที่ยอดเยี่ยมและรองรับการสปรินท์ที่ดียิ่งขึ้น

รูปทรงท่อใช้รูปทรงแบบเพรียวบางตัดอากาศ แอโรไดนามิคส์ แม้จะไม่ได้เป็นเสือหมอบแอโรไดนามิคส์แท้ๆ แต่ก็ไม่พ้นที่จะใส่ความแอโร่ฯ มาไว้ด้วย เพราะนี่คือเสือหมอบที่เน้นความครบเครื่องเป็นที่สุดของ Colnago แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เปิดเผยว่าความแอโร่ฯ นี้เทียบกับ V2-r เป็นอย่างไร แต่การออกแบบใหม่นี้ ทำให้ V3Rs มีความลู่ลมเข้าใกล้ Concept ไปอีกขั้น ที่สำคัญมาพร้อมกับการซ่อนสายอย่างสวยงามที่ด้านหน้า และแน่นอนว่า Colnago ต้องมาพร้อมความสบายที่มากยิ่งกว่าเดิมด้วย เพราะเทียบรุ่นต่อรุ่นแล้ว Colnago ถือเป็นจักรยานที่ขี่ได้สบายอย่างไม่น่าเชื่อ และ V3Rs นี่ก็สามารถรับแรงสะเทือนได้จนมันสามารถนำไปใช้แข่งคลาสสิคได้ไม่แพ้รถสายเอนดูรานซ์เลย และนี่คือนิยามของความครบเครื่องล่าสุดที่เราได้เห็นในแบรนด์นี้

ในโอกาสนี้ V3Rs ได้ทำการปรับมิติของรถอีกนิดหน่อย จากเดิม มิติของ Colnago ที่เข้าใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบมากๆ ทั้งเรื่องของการตอบสนอง ความฉับไว และการควบคุมรถที่ดี อันเป็นสิ่งเร้นลับของพวกเขา ซึ่งส่งเอาบุคลิกภาพของรถที่ยอดเยี่ยมอย่างที่หาไม่ได้ที่ไหน คราวนี้ปรับให้มีความยืดหยุ่นในท่าขี่มากขึ้น  บาลานซ์ของเฟรมถูกปรับใหม่ให้มีความมั่นคงมากกว่าเดิม ในขณะที่ยังตอบสนองได้รวดเร็ว แต่ก็ไม่ถึงกับซุกซน ท่าขี่จัดอยู่ในกลุ่มดุดัน แต่ปรับให้สบายขึ้นกว่าเดิมพอสมควร เพื่อรองรับการปรับรถให้เข้ากับร่างกายของคนได้ง่ายขึ้น

เปิดตัวพร้อมจัดจำหน่ายในช่วงท้ายของปีนี้ สำหรับประเทศไทย แฟนๆ Colnago อาจไม่ได้มีมากนัก และถูกมองว่านี่คือเสือหมอบสำหรับคนสูงวัยที่ยังหลงใหลได้ปลื้มกับอดีตอันรุ่งโรจน์ ลืมไปว่า Colnago เสือหมอบแข่งขันพันธุ์ดุที่อยู่คู่กับวงการแข่งจักรยานระดับสูงที่สุดของโลกใบนี้มาอย่างไม่ขาดตอน

Tag :: colnago
July 18, 2019 cyclinghub 0 Comment