ย้อนอดีตไปอย่างชัดเจน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมเพิ่งเห็นเฟซบุ้คเตือนว่า เมื่อสองปีก่อนผมได้ไปทดสอบเสือหมอบ Cannondale Synapse พร้อมกับสื่อจักรยานระดับโลกจาก 35 ประเทศ ณ ประเทศอิตาลี และในวันนั้น ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษนักออกแบบ วิศวกร ผู้ควบคุมทิศทางผลิตภัณฑ์ของ cannondale อย่างเจาะลึก ซึ่งในวันนั้น มีคำถามบางอย่างที่ผมไม่สามารถนำออกมาเผยแพร่ได้

และแล้ว ภาพของ Cannondale SuperSix EVO เวอรชั่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตวมาในเวลาไล่ๆกันนี้เอง ทำให้ผมจำคำตอบที่ผมต้องเก็บงำมันเอาไว้เป็นเวลานานได้ คำถามของผม ถามไปที่นักออกแบบ (Industrial Designer)

”ในขณะที่เสือหมอบกำลังแยกความเด่นออกจากกันอย่างชัดเจน ในระยะเวลาเหือบสิบปีที่ผ่านมา จะมีวันไหนหรือไม่ ที่จะกำเนิดจักรยานคันเดียว ที่ครบถ้วนทุกอย่างมากกว่า และกลับมาทำให้จักรยานไม่ต้องวุ่นวายอีกต่อไป?”

คำถอบที่ผมได้รับในวันนั้นคือ…”สำหรับพวกเรา จักรยานไม่ได้แยกชนิดกัน เรายังมองหาวิธีการที่จะรวมเอาจุดเด่นของจักรยานทั้งหมดเข้ามาไว้ในคันเดียว และสร้างจักรยานที่สมบูรณ์ในตัวเอง เพราะเราไม่ได้ต้องการจักรยานที่เร็วแต่หนัก เราไม่ต้องการจักรยานที่สบายแต่ไม่ดุดัน และไม่ต้องการจักรยานที่เบาแต่ไม่ลู่ลม นี่คืออนาคตที่พวกเรามองเอาไว้”

คำถามนี้ เกิดขึ้นกับตัวผมมาตั้งแต่ราวปี 2014 ทีพบว่าจักรยานถูกแบ่งออกเป็นแนวต่างๆกัน ในความเด่นของแต่ละชนิด ก็มาพร้อมกับความด้อยในอีกมุมหนึ่ง ดังนั้น ผมเองก็เฝ้ามองว่า  ตามหลักการพื้นฐานแล้ว วันหนึ่งในอนาคต ช่องว่างของจักรยานแต่ละชนิดจะน้อยลง เสือหมอบแอโร่ฯจะเบาพอๆกับรถไต่เขา รถไต่เขาก็จะขี่สบายไม่แพ้รถเอนดูรานซ์ และรถเอนดูรานซ์จะขี่ได้เร็วไม่แพ้เสือหมอบแอโร่ฯ เพราะ ความจริงพวกเราไม่ได้ต้องการจักรยานที่มีข้อเสียชัดเจน แต่เราต้องการจักรยานหนึ่งคัน ที่ทำให้เรามั่นใจได้ในทุกๆเส้นทางต่างหาก

 

และคำถอบที่ผมนึกออก ก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างกับ Cannondale SuperSix EVO รุ่นปี 2020 นี่แหละครับ แนวคิดสะท้อนออกมาชัดเจนว่า พวกเขาแหกโจทย์เก่าของ SuperSix ไปจนหมดสิ้น เก็บเอาไว้เพียง”สมรรถนะ” ที่ตั้งไว้ แล้วสร้าง SuperSix ใหม่ขึ้นมาให้ดีกว่ารุ่นก่อน แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเพราะ น้ำหนัก ความสติฟฟ์ SuperSix รุ่นใหม่ ทำได้ไม่แตกต่างไปจากรุ่นก่อน ยังคงเป็นเสือหมอบที่มีน้ำหนักต่อความสติฟฟ์อันดับต้นๆคันหนึ่งในทุกวันนี้ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ความแอโร่ฯที่มากยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญคือ ความสบายอย่างที่ไม่เคยพได้ในเสือหมอบแข่งขันแบบดุดัน หากท่านจำได้ Cannondale คือผู้นำในการสร้างเฟรมที่ขี่ได้สบายมาตั้งแต่ยุคของอลูมินั่ม แม้ว่าเฟรมพวกเขาจะเบาและสติฟฟ์สุดขีด แต่ก็อาศัยการออกแบบมาช่วยลดแรงสะเทือนได้อย่างมาก และกลายเป็นตำนานของซีรีส์ CAAD นั่นเอง

สำหรับ SuperSix ใหม่ ใช้การออกแบบตะเกียบท่อนั่งเยื้องลง และใช้การวางทิศทางของเส้นใยคาร์บอนที่ช่วยสลายแรงสะเทือนจากถนนได้ ร่วมกับท่อนั่งหน้าตัดรูปตัว D ที่ให้ตัวได้ในแนวหน้าหลัง แรงสะเทือนจึงส่งขึ้นมาได้น้อยมาก เทคโนโลยีนี้ เป็นการถ่ายทอดมาจากซีรีส์ Synapse ของพวกเขา

 

ในด้านของความแอโร่ฯ แน่นอนว่า ปีที่แล้ว โลกได้อึ้งกับเสือหมอบแอโร่ฯคันแรกของ Cannondale ที่ถือว่าเป็นผู้มาช้าในตลาดอุตสาหกรรมจักรยาน แต่มาแล้วปังเลยทันที เพราะกลายเป็นท็ฮปชาร์ทเสือหมอบแอโร่ฯไปในบัดเดี๋ยวนั้น ในโอกาสนี้ พวกเขานำเอาเทคโนโลยีของรูปทรงท่อที่พัฒนาสร้างมาจาก systemSix มาใช้ในตะเกียบหน้า ท่อล่าง และท่อบนของ SuperSix รุ่นใหม่นี้ และเคลมว่า นี่คือเสือหมอบไต่เขา ที่ทำความเร็วทางราบด้วยความได้เปรียบทางอากาศพลศาสตร์ดีไม่แพ้เสือหมอบแอโร่ฯในท้องตลาดบางรุ่นเสียอีก  มากับชุดแฮนด์แบบใหม่ ซ่อนสายอย่างสวยงาม ระบบเดินสายลงในท่อแต่ไม่ยุ่งยาก พวกเขายอมให้มีสายโผล่ออกมาอยู่ เพราะเทียบความคุ้มของการแลกมาด้วยเฟรมที่ซับซ้อนขึ้นกับความลู่ลมกว่าเพียงเส้นผม นักออกแบบของ Cannondale ขอเลือกที่จะออกแบบเฟรมที่ได้สมรรถนะเรื่องอื่นครบถ้วนมากกว่า

 

นอกจากนี้ เฟรมใหม่นี้ยังรองรับยางได้ถึง 30 มม  และถูกวางตำแหน่งเอาไว้เป็น”เสือหมอบคันเดียวที่ครองได้ในทุกๆเส้นทาง” สมกับความลับที่หลุดออกมาให้ผมได้ยินเมื่อสองปีก่อนจริงๆ และสะท้อนทิศทางในการพัฒนาจักรยานในอนาคตหน้าต่อไปได้อย่างดี

 

 

Tag :: Cannondale
July 1, 2019 cyclinghub 0 Comment