คุณรู้มั้ยครับว่า อะไรที่ทำให้ Eddy Merckx (เอ็ดดี เมิรคซ์) นักปั่นชาวเบลเยียมเป็นตำนาน ไม่ใช่เพราะเพียงเขาชนะตูร์ เดอ ฟร็องซ์ ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นแชมป์มากมาย แต่เพราะเขาเป็นนักปั่นที่เก่งสุดยอดในทุกรูปแบบ เพราะเขา เอาชนะมาแล้วทั้งรายการแกรนด์ทัวร์ ฝรั่งเศส อิตาลี และ สเปน ทั้ง ตูร์ เดอ ฟร็องซ์, จิโร่ดิตาเลีย และ เวลาต้า เอ เอสปันญ่า โดยที่ทุกๆรางวัลเขาก็กวาดมาหมดทั้งผู้ชนะ รางวัลเจ้าภูเขา และรางวัลเจ้าความเร็ว นับเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถชนะได้ในทุกรางวัลแบบนี้ รวมถึงการแข่งแบบวันเดียวรายการสำคัญที่สุดของโลก เขาก็เอาชนะมาได้หลายครั้งหลายสมัยหลายรายการ นั่นคือสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดที่สุดว่า ในโลกนี้ ไม่เคยมีใครเป็นนักปั่นที่ครบเครื่องรอบด้านเท่ากับที่ เอ็ดดี เมิรคซ์ เคยเป็นมาก่อน

และแนวคิดนี้เองที่ส่งมาเป็นจุดกำเนิดของ Eddy Merckx 525 เสือหมอบเรือธงที่ผ่านการวิจัยมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ร่วมมือกับทีม AG2R La Mondiale ให้ได้เสือหมอบที่จบในคันเดียวทั้งการปั่นทางราบ ขึ้นเขา ปั่นทางไกล และใช้แข่งขันในระดับโลกอย่างสมบูรณ์แบบ อย่างที่ ชายผู้ซึ่งถูกขนานนามว่า “เดอะ คานิบาล” สร้างตำนานเอาไว้ได้ เพราะแม้แต่ชื่อรุ่น “525” ก็คือ จำนวนของการแข่งขันที่ เอ็ดดี เมิรคซ์ ชนะ ในการแข่งเสือหมอบตลอดอายุการปั่นของเขา เทียบกับนักแข่งที่เราคุ้นหู เช่น ปีเตอร์ ซากาน ที่ชนะมาแล้ว 113 ครั้ง มาร์ค คาเวนดิช ที่ชนะมาแล้ว 146 ครั้ง หรือ เกร็ก ฟาน อาเวอร์เมท ที่ชนะมาแล้ว 40 ครั้ง ยิ่งถ้าเอาจำนวนการแข่งแกรนด์ทัวร์ของ วินเชนโซ นิบาลี กับ คริส ฟรูม มารวมกัน ได้ 70 รายการ (3+7) ยังไม่เท่ากับสถิติ 12 แกรนด์ทัวร์ ก็จะเห็นได้ว่า เอ็ดดี เมิรคซ์ สร้างสถิติที่เหนือชั้นและยากเหลือเกินที่จะมีใครทาบรัศมีของเขาได้

ในด้านของจักรยาน Eddy Merckx 525 ถูกออกแบบมาให้เป็นเสือหมอบที่ทำได้ทุกอย่างในคันเดียว และการวิจัยพัฒนานี้ ทำโดยมุ่งไปที่การนำให้เฟรมตัวนี้เทียบชั้นกับคู่แข่งได้ในทุกๆด้าน ทั้งความแอโร่ฯ น้ำหนักที่เบา ความสบาย และความสมดุลย์ของสมรรถนะ ดังนั้น ข้อมูลของจักรยานชั้นนำในระดับโปรที่มีอยู่ในท้องตลาด จึงถูกทีมวิศวกรของ Eddy Merckx นำมาศึกษาอย่างละเอียด ก่อนจะออกมาเป็นผลการออกแบบและพัฒนาสำเร็จ

AERODYNAMIC

525 ไม่ใช่เสือหมอบที่เน้นออกแบบมาเพื่อความแอโร่ฯ สุดขีด แต่ความแอโร่ฯ ของมันถูกใส่อยู่ในทุกๆ ชิ้นส่วนอย่างพิถีพิถัน จากการพัฒนาในระบบจำลองในคอมพิวเตอร์ CFD จนถึงการสร้างแบบจำลอง และการทดสอบจริงในอุโมงค์ลมที่ถูกออกแบบมาเพื่อจักรยานโดยเฉพาะของบริษัทแม่ในเครือของพวกเขาเอง ทำให้ 525 ได้รูปทรงที่บรรจงกรีดให้อากาศผ่านไปได้อย่างราบเรียบที่สุด รวมถึง ท่อคอที่โดดเด่น ชุดแฮนด์และสเต็มซ่อนสายอย่างสมบูรณ์แบบ ไปจนถึง ท่อนั่งและหลักอานที่ลดแรงฉุดจากอากาศได้อย่างมาก ซึ่งพวกเขา ได้ศึกษาเทียบเคียงกับเสือหมอบระดับสุดเทพอย่าง Pinarello Dogma F12 และใช้ F12 เป็นมาตรฐานที่ต้องเทียบกันได้

จากการศึกษาของทีมพัฒนาพบว่า ด้วยชุดแฮนด์และการซ่อนสายของ 525 สามารถช่วยด้านแอโรไดนามิคส์ได้ถึง 14 เปอร์เซ็นต์ ส่วนท่อล่างออกแบบหน้าตัดทรงแบบ”แคมเทล” ที่ลดแรงฉุดของอากาศที่เข้ามาปะทะจากหลากหลายมุมองศา และยังส่งผลให้ได้ความสติฟฟ์มากขึ้นกว่ารูปทรงเพรียวบางอีกด้วย

WEIGHT

น้ำหนักถือเป็นสิ่งสำคัญที่จักรยานเสือหมอบต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แม้ว่า 525 จะไม่ได้ถูกสร้างมาเป็นเสือหมอบที่เบาที่สุด แต่มันต้องเบาเพียงพอที่จะนำไปแข่งบนเส้นทางภูเขาระดับสุดยอดของโปรนักแข่งได้ ดังนั้น น้ำหนักตัวที่สมเหตุสมผลกับรูปทรงท่อและความสติฟฟ์ของเฟรม จึงถือเป้นเป้าหมายที่วิศวกรที่อยู่เบื้องหลัง 525 ต้องไปให้ถึงจุดนั้น และผลลัพธ์คือน้ำหนัก  860 กรัม สำหรับเฟรม 525 Rim และน้ำหนัก 925 สำหรับ 525 Disc  นั่นทำให้ เสือหมอบ Eddy Merckx Rim ในการประกอบของทีม AG2R La Mondiale สำหรับใช้แข่งขันจริงในรายการโปรทัวร์ มีน้ำหนักทั้งคันอยุ่ที่ 6.5 กก. เท่านั้น

COMFORT

เนื่องจากทีม AG2R La Mondiale ต้องการให้ 525 เป็นรถคันเดียวที่นักปั่นของพวกเขาจะใช้ในการแข่งทุกๆ รูปแบบรวมถึงการแข่งรายการคลาสสิคบนถนนอิฐและทางฝุ่น ดังนั้น 525 จึงต้องสามารถลดแรงสะเทือนที่จะมายังผู้ขี่และเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนได้ในระดับที่ดีเยี่ยมด้วย การพัฒนา 525 นี้ จึงต้องมองไปที่เรื่องของความสบายด้วย โดยใส่เอาความสามารถในการลดแรงสะเทือนเข้าไปที่ตะเกียบท่อนั่ง และ ท่อนั่งรวมถึงหลักอาน โดยเลือกใช้คาร์บอนที่ให้ตัวได้ในทิศทางที่ไม่ส่งผลกับการส่งกำลัง  แรงสะเทือนจากถนนมาสู่ตัวผู้ขี่จึงถูกสลายไปจากชั้นของคาร์บอนได้มาก  ซึ่งพวกเขาใช้ Colnago C64 เข้ามาเป็นมาตรฐานที่ต้องเหนือกว่าในการเปรียบเทียบ

ที่ตะเกียบท่อนั่ง หรือเรียกกันติดปากว่า”หางหลัง” มีการออกแบบให้มีทรงหยัก และเพรียวบาง แน่นอนว่าความเพรียวบางนี้เองที่ทำให้ตัวตะเกียบท่อนั่ง สามารถให้ตัวได้เมื่อมีแรงสะเทือนเข้ามาและสลายไปก่อนจะมาถึงท่อนั่งและหลักอาน ที่สำคัญ รอยหยักดังกล่าว ซึ่งแท้ที่จริง ในอดีตตัว เอ็ดดี เมิรคซ์ คือผู้ที่ช่วยให้เกิดการออกแบบเช่นนี้ขึ้นมา จนกลายเป็นรูปทรงเอกลักษณ์ของ Pinarello  ก็ได้ถูกใส่เข้ามาใน 525 ด้วย

BALANCE

ถ้ารวมข้อดีทั้งหมดนี้เข้ามาด้วยกัน ทำให้ 525 ถูกวางเป็นเสือหมอบที่เน้นการทำความเร็ว รองรับการแข่งขันระดับสูง มีน้ำหนักเพียงพอที่จะใช้ไต่เขาสู้กับเฟรมเบาหวิวๆได้อย่างไม่ลำบากใจ แถมมันยังขี่ได้สบายไม่ว่าจะเป็นทางไกล หรือทางที่มีแรงสะเทือนกระแทกจากพื้นถนน

แต่ก่อนที่จะสรุปผลการวิจัย ทีม AG2R La Mondiale ได้รับเฟรมตัวต้นแบบเพื่อนำไปทดสอบใช้เมื่อต้นปี 2019 ก่อนที่จะส่ง feedback กลับมาที่วิศวกรและนักออกแบบ นำกลับไปแก้ไขอีกหนึ่งครั้งก่อนจะออกเปิดตัวพร้อมจำหน่ายแล้วในเวลานี้ ทำการเปิดตัวอย่างเป้นทางการในงานยูโรไบค์ที่ผ่านมา และสามารถสอบถามได้ที่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย และร้านจักรยานใกล้บ้านคุณ สนนราคาเฟรมเซ็ท รวมหลักอาน ตะเกียบ และชุดแฮนด์ซ่อนสาย  ราคาตั้ง 139,500 (ส่วนลดสอบถามจากร้านค้าโดยตรง)

 

 

Tag :: Eddy Merckx
September 12, 2019 cyclinghub 0 Comment